แบรนด์เนมทิ้งหมด อดีตเซ็กซี่สตาร์ “แชมเปญ เอ็กซ์” ปลูกผักทำไร่ ขายน้ำพริก เผยใช้ชีวิตแบบพอเพียง มีมากกินมาก มีน้อยกินน้อย ไม่เสียดายชื่อเสียง

แบรนด์เนมทิ้งหมด อดีตเซ็กซี่สตาร์ แชมเปญ เอ็กซ์ ขายน้ำพริกทำไร่นาแฮปปี้ ทำใจยุคใครยุคมัน สู่อีกเจนก็ต้องอยู่ให้ได้ มีมากก็กินมาก มีน้อยก็กินน้อย หายหน้าเกือบ20ปีภูมิใจคนยังจำได้

อดีตนางแบบนักแสดงเซ็กซี่สตาร์ แชมเปญ เอ็กซ์ อัปเดตชีวิตหลังเฟดตัวออกจากวงการว่า “ตอนนี้ก็ทำไร่ ทำเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็ทำน้ำพริกขาย ไปออกบูธบ้าง เป็นธุรกิจ เป็นงานอดิเรกด้วย”

“เราใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ต้องทำให้เราลำบาก เราเหนื่อยเราก็พัก ของก็ขายดี ต้องหมั่นโพสต์ แต่ไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ก คนสั่งในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ก็เล่นไม่เป็น”

“เข้ามาในเมืองคนก็ทัก ก็จำได้ จำหน้าได้ ภูมิใจถึงหายหน้าไปเกือบ 20 ปี เข้าเมืองมาคนจำได้ ก็ภูมิใจ แต่เราไม่ได้เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง จังหวะ โอกาส เวลาเปลี่ยนไป”

เรื่องละครถ้ามีโอกาสเราก็ได้ทำ ถ้าจังหวะยังไม่มา โอกาสยังไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร เพราะเราได้มาหมดแล้วเมื่อก่อน เป็นอาชีพของเรา ตั้งแต่เริ่มแรก ยังคิดถึง

“แต่ทุกวันนี้น้องๆ คนรุ่นใหม่ เขาเข้ามาเยอะ ก็ไม่ได้เจอผู้จัดเลย คนเขาก็ลืมเราไปบ้าง ก็อย่าไปคิดมาก มันขึ้นอยู่แต่ละยุคสมัย เราต้องทำใจยุคใครยุคมัน”

ส่วนที่เฟดตัวมีช่วงหนึ่งที่วงการเราซบเซา มาถึงยุคต่างชาติเข้ามา ยุคเกาหลี หน้าเราไม่เกาหลี ไม่เสียดาย เราหาประสบการณ์ เราเข้ามาแล้วบังเอิญประสบผลสำเร็จ งานก็เข้ามาเรื่อยๆ

“เราต้องรู้ตัวเองว่ามาถึงแค่ไหน ทุกอย่างไม่แน่นอน ความสุขคือเรามีสุขภาพที่ดี มีคู่ครอบครัวที่ดี เรื่องสัมมาอาชีพ เราก็อยู่แบบพอเพียง มีมากเราก็กินมาก มีน้อยก็กินน้อย เราก็จะไม่มีปัญหา”

“เรื่องของแบรนด์เนม ทิ้งหมดเลย สมัยก่อน รองเท้าคู่เป็นแสน เดินเมาส้นหักก็ทิ้ง สมัยก่อนได้เงินเยอะมาก แต่ตอนนี้ใช้อะไรก็ได้”
“ทุกวันนี้ออกงานยังไปหาเช่าชุด เพราะเราไม่มีชุดอลังการ ทำไร่จะไปเอาชุดที่ไหน ก็อยู่กรุงเทพฯ เพราะต้องทำน้ำพริกขาย ทำที่ไร่ไม่ได้ ธรรมชาติควบคุมแมลงมดไม่ได้”

เมื่อก่อนมีคนดูแลเขาก็โกงไป ก็ไล่ออกตัดใจไม่มีใคร ก็ปล่อยไว้ สุดท้ายลูกน้องเก่ามาขออยู่ด้วย อย่างน้อยก็มีคนดู ไร่จะได้ไม่รก ตอนนี้ปลูกยาง ปลูกข้าว เป็นไร่ที่ปลอดสารเคมีมา 15 ปีแล้ว

“จะวางแผนทำไมเรื่องเงิน ก็พอเพียง มีก็ใช้น้อย อย่ามารายได้น้อยแล้วอยากจะใช้เยอะ เล่นหวยเสี่ยงโชค ติดหนี้ติดสิน”
ถามว่าคนมองที่เราพอเพียงเพราะงานในวงการเราน้อยลงหรือเปล่า แชมเปญ ก็ยอมรับว่า “ก็ด้วย ตั้งแต่ฟองสบู่แตก งานก็น้อยลง ไม่มีหนังสือให้ถ่ายแบบ ไม่มีแฟชั่นโชว์”

“ก็ลำบาก มันเป็นอีกโลกหนึ่ง อีกเจนหนึ่ง เราก็ต้องอยู่ให้ได้ อยู่แบบเรา จะทำอะไรก็ทำ ไม่เบียดเบียนใคร คนบอกไปอยู่เมืองนอกดีเลิศ ประเทศไทยดีที่สุดในโลกแล้ว”